Erectile Dysfunction กับความสัมพันธ์
- ED กับความผูกพันใกล้ชิด

พึงระลึกเสมอว่า แพทย์และผู้ให้บริการทางสุขภาพของท่านนั่นแหละ เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดแหล่งเดียวเกี่ยวตัวท่านและสุขภาพของท่าน โปรดปรึกษาแพทย์หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับ สุขภาพของท่าน อาการเจ็บป่วย หรือยารักษาโรคของท่าน
ความแตกต่างในธรมชาติ และการดูแล ระหว่างชาย และหญิง
สำหรับใครบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ประสบปัญหาทางเพศ เช่นจากการเกิดภาวะ ED นั้น การจะมีกิจกรรมทางเพศย่อมนำมาซึ่งความวิตกกังวล เราทุกคนอยากเป็นนักรักชั้นยอด และสามารถให้ความสุขได้ทั้งกับตนเอง และคู่ครอง แต่โชคร้ายก็คือว่า สำหรับผู้คนอีกมากมาย ทักษะในการทำกิจกรรมทางเพศยังคงต้องอาศัยความสามารถและสมรรถนะทางร่างกายอยู่ดี แม้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่จะคิดถึงเซ็กส์ว่าเป็นเรื่องของการใช้พลังงานทางร่างกายเท่านั้น แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเช่นนั้นเสมอไป สิ่งที่สามารถกระตุ้นเร้าทางเพศในผู้ชายมักมีความแตกต่างอย่างมากกับสิ่งที่สามารถกระตุ้นเร้าทางเพศในผู้หญิง ที่แย่ไปกว่านั้นคือความแตกต่างนี้มักถูกเข้าใจผิดๆมาเสมอ และบางครั้งก็ไม่ได้รับความสนใจเลย
ลองพิจารณาถึงสิ่งสมมติที่สังคมได้ยัดเยียดให้ผู้ชายเรียนรู้ถึงตนเองและคนรอบข้างดูบ้าง คิดถึงสิ่งที่เราได้เห็นในโทรทัศน์ หรือในหนังภาพยนตร์ เราเห็นผู้ชายจับมือกัน ตบหลังตบไหล่ หรือว่ากอดกันที่เรียกว่า bear hugs ในโอกาสสำคัญๆ พ่อกับลูกชายเล่นมวยปล้ำ หรือออกกำลังกัน ผู้ชาย และเด็กผู้ชายทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เล่นบอล ตกปลา ซ่อมและดูแลรถยนต์ ทำสวน สำหรับผู้ชายจำนวนมาก คำพูดคำจาอาจไม่สำคัญเท่าไรในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน การกระทำหรือการปฏิบัติต่างหากที่สำคัญ นี่คือหนึ่งในหลายหลายเหตุผลว่าทำไมปัญหาของการมีความสัมพันธ์ทางเพศจึงเป็นปัญหาที่ยากมากสำหรับผู้ชาย วัฒนธรรมของเราไม่ได้สอนให้ผู้ชายพูดถึงประเด็นต่างๆเหล่านี้เลย ความกังวล ความกระดากอาย และความอ่อนประสบการณ์ก็มักทำให้ไม่มีใครกล้าพูด และสื่อสารถึงสิ่งเหล่านี้
ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิงในสังคมของเราได้ถูกสอนมาให้สร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันผ่านทางคำพูด ผู้หญิงมักจะรู้สึกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้นคือการที่คู่สามีภรรยาจะสามารถพูดคุยสื่อสารถึงปัญหาต่างๆ กันได้มากน้อยแค่ไหน ผู้หญิงมักจะไม่ได้คิดว่า การพูดถึงรถ กีฬา หรือ สิ่งที่ผู้ชายชอบ จะเป็นวิธีที่ดีในการสื่อสารกัน แต่ผู้หญิงก็มักจะเอาใจใส่ถึงความรู้สึก และความนึกคิดของการกระทำใดๆมากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงชอบที่จะได้รับคำชมว่าตนเองมีคุณค่าในความเป็นคนรักของตน และชอบที่จะได้ยินว่าตนเองมีส่วนช่วยเหลือผู้ชาย ส่วนผู้ชายก็มักจะเคยชินกับการได้รับสิ่งต่างๆเหล่านี้ โดยไม่สนใจหรือแยแสที่จะลงในรายละเอียดแต่อย่างใด ผู้ชายมักจะรู้สึกว่า ผู้หญิงควร รู้ หน้าที่ของตน และการพูดถึงสิ่งที่รู้อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นแต่อย่างใด ลองหันไปมองดูผู้ชายทุกคนว่าเขา ทำ อะไรบ้างที่บ่งบอกถึงความรักระหว่างคนสองคน
ดังนั้น บางครั้งการใส่ใจในเรื่องของความแตกต่างเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในการทำกิจกรรมทางเพศกัน ยกตัวอย่างให้ดูก็ได้
ผู้ชายแสดงความรักแตกต่างจากผู้หญิง
หากคุณลองถามผู้ชายส่วนใหญ่ให้อธิบายถึง วิธีการแสดงความรักกับคู่ครองให้ดู ผู้ชายจำนวนมากจะตอบว่าก็ทำได้โดยการทำอะไรอะไรให้ หรือทำอะไรด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ให้การสนับสนุนการเงิน (บ้าน, ข้าวของเครืองใช้, .. เป็นต้น) ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน พาไปเดินเที่ยว ดูทีวี พาไปร้านอาหาร เอารถไปซ่อมให้ และก็แน่นอนที่สุด คือ การทำรัก การแสดงความรักที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็น การทำ กิจกรรมร่วม หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือ ผู้ชายจำนวนมากแสดงความรักโดยการใช้เวลาร่วมกับฝ่ายหญิง และทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับความรักร่วมกัน ส่วนคำพูดคำจานั้น หรือการสื่อสารด้วยวาจานั้น ผู้ชายส่วนใหญ่มักเห็นว่าสำคัญน้อยกว่า เพราะผู้ชายถูกสอนมาโดยสังคมว่า การกระทำย่อมมีเสียงดังกว่าคำพูด นั่นเอง
ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิง มักจะแสดงความรักและพิสมัย ด้วยการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้สึกส่วนตัวกัน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงมักจะปฏิบัติต่อกันเองในหมู่ผู้หญิงด้วยกัน ดังนั้น การสื่อสารด้วยคำพูดจึงเป็นสิ่งที่เป็นหัวใจหลักเลย ความผูกพันสนิทสนมกันทางอารมณ์ และความใกล้ชิดจึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด สำหรับผู้หญิงจำนวนมาก ความจริงใจ และการเปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา และการพูดคุยถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้น เป็นการแสดงความรัก
ข่าวร้ายก็คือว่า ความผูกพันใกล้ชิดนี่แหละที่เป็นเหยื่อรายแรกของปัญหาทางเพศเช่น ภาวะ ED จากการศึกษาพบว่า คู่รักที่มีปัญหา ED นั้น ไม่เพียงแต่ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์กันเท่านั้นที่ลดลง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ความถี่ของการแสดงพฤติกรรมของความผูกพันใกล้ชิดสนิทสนม และการแสดงความรักกันก็ลดลงด้วย ผู้ชายและผู้หญิงที่กำลังประสบปัญหา ED ในชีวิตคู่ มักรายงานว่า การกอดจูบ ลูบ สัมผัส จับมือถือแขน ซึ่งไม่ใช่การมีเพศสัมพันธ์ แต่เป็นการแสดงความผูกพันใกล้ชิดกัน และความสัมพันธ์กันก็ลดลงด้วย
ผู้หญิง (และผู้ชาย) จำนวนมากชอบคู่ครองที่สามารถ และอยากจะพูดคุยกันได้เกี่ยวกับควมรู้สึกของกันและกัน โดยเปิดเผยและยอมรับได้ หากว่าคุณกำลังวิตก และกังวลอะไรบางอย่าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณกำลังกังวลเกี่ยวกับเซ็กส์ หรือเรื่องของการแข็งตัว ทำไมไม่พูดออกมาละ หรือหากคุณมีความรู้สึกและเห็นคุณค่าของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษแล้วละก็ ทำไมไม่พูดออกมาละ
ผู้หญิงส่วนมากอยากให้ผู้ชายพูดคำว่า ผมรักคุณ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังอะไร แม้แต่ ED เอง หรือทักษะในการสื่อสารใดๆ ก็ไม่อาจห้ามผู้ชายที่จะกล่าวคำสำคัญคำนี้ออกมาเพื่อให้ผู้หญิงคนรักของเขาได้ ผู้ชายจำนวนมากไม่ได้ตระหนักว่า เรื่องง่ายๆแค่นี้ก็มีความสำคัญอย่างใหญ่หลวงในการสื่อสารกับคู่ครองของเขา
โดยสรุปก็คือ ผู้ชาย และผู้หญิงนั้นมีความแตกต่างกันนอกเหนือไปจากสรีระหรือสิ่งที่เห็นแต่ภายนอกเท่านั้น ผู้หญิงจำนวนมากอยากให้ผู้ชายมีความจริงใจ เปิดเผย และซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา และมีน้ำใจไม่เห็นแก่ตัว และรู้สึกว่า วิธีการแสดงออกซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำได้โดยผ่านการสื่อสารด้วยคำพูด แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้ชายส่วนใหญ่ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ผู้หญิงหลายคนก็ไม่รู้จะอธิบายให้คนรักของตนได้ว่าตัวเองนั้นต้องการอะไร ดังนั้นบางครั้งต้องใช้ความพยายามอย่างจริงจังในการจับอารมณ์และความรู้สึกของคู่ครองว่าต้องการอะไร อย่างไรก็ตาม การที่ไม่มุ่งเน้นไปที่กิจกรรมทางกายภาพเสียอย่างเดียวตลอดเวลา อาจทำให้คู่รักนั้นสามารถก้าวไปยังอีกขั้นหนึ่งของความรู้สึกใกล้ชิดและผูกพันกัน แม้ว่าทั้งคู่ยังประสบกับปัญหาการทำกิจกรรมทางเพศก็ตาม
